ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ใครควรไปตรวจโควิด-19 ?

บนสังคมออนไลน์ แชร์หลากหลายข้อมูลเกี่ยวกับคำแนะนำ และวิธีใหม่ในการตรวจโควิด-19 จากน้ำลาย แต่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร ติดตามกับ คุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ จากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์

🎯 ตรวจสอบกับ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

#stayhome #withme #ชัวร์ก่อนแชร์ #CoronaVirusFacts #COVID19 

—————————————————–

📌 สรุป : 

Q : ทำไมตัวเลขผู้ป่วยในไทย ไม่สูงเหมือนประเทศอื่น ?

A : ประเทศไทย ตรวจไปประมาณ 2 แสนกว่าตัวอย่าง ก็ไม่ถือว่าน้อยมาก และไม่เยอะเกินไป ญี่ปุ่นตรวจน้อยกว่าเรา เกือบ 1 เท่า ส่วนสิงคโปร์กับเกาหลีใต้ ตรวจมากกว่าเรา 3-4 เท่า จำนวนตรวจ ต่อ การตรวจพบ ของไทยเรา 2% คือเราตรวจคนเป็นร้อย ถึงจะเจอ 2 ราย ยิ่งระยะหลังเราตรวจเยอะ 3-4 พันตัวอย่างต่อวัน แต่เรากลับเจอผู้ป่วยน้อยลง อันนี้ก็แปลว่าสถานการณ์ผู้ป่วยของเราน้อยลงจริง ๆ

สำหรับโรคโควิด-19 หากตรวจน้อย จะเกิดสัญญาณเตือนที่โรงพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยที่ไม่ได้ตรวจ ก็จะมีอาการหนัก แล้วก็จะไปที่โรงพยาบาล อย่างแออัด แต่บ้านเรา คนไปโรงพยาบาลน้อยลง อันนี้ก็เป็นตัวยืนยันว่า ผู้ป่วยที่น้อย ไม่ได้เกิดจากตรวจน้อยลง

Q : แม้จะพบผู้ป่วยน้อยลง แต่การตรวจยังต้องเข้มข้นและเพิ่มขึ้นอีก ?

A : ตอนนี้เราก็จะตรวจตั้งแต่คนมีอาการน้อย ๆ ข้อดีคือ เราจะคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้น เขาก็จะไม่ไปแพร่โรคให้คนอื่น เราจะต้องมีการตรวจในประชากรบางกลุ่มมากขึ้น

อย่างสิงคโปร์ที่ระบาดรอบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อยู่กันอย่างแออัด ซึ่งบ้านเราก็มีในหลายจังหวัด เดือนพฤษภาคมนี้ เราอาจจะต้องตรวจคนให้ได้เป็นหลักแสนคน

เราบอกให้ประชาชน “การ์ดอย่าตก” กระทรวงสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน การ์ดไม่ตก

และการตรวจต้องเลือกพื้นที่เป้าหมาย แต่เราจะไม่ตรวจแบบสะเปะสะปะ ไม่ใช่ประเภทต้องไปตั้งโต๊ะแล้วบอกว่า ใครอยากตรวจให้มาตรวจ อย่างนี้ไม่ค่อยได้อะไร ก็มีหลายพื้นที่ไปลองทำดูแล้ว ตรวจไป 2-3 พันราย เจอแค่ 1-2 ราย แต่ถ้าเราตรวจอย่างมีกลุ่มเป้าหมาย จะใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และ จะควบคุมโรคได้ดีกว่า

Q : การรตรวจในปัจจุบัน ?

A : ในปัจจุบันการตรวจมี 2 แบบ แบบแรก คือ RT-PCR ก็คือตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นในคอ ในจมูก ในปอด นี่เป็นการตรวจมาตรฐานหลักขององค์การอนามัยโลก ซึ่งแนวทางใหม่ในการเก็บตัวอย่างด้วยการขากน้ำลาย จะช่วยให้ตรวจได้มากขึ้น ตรวจแบบเดิม จะต้องแหย่เข้าไปในจมูก ชั่วโมงหนึ่ง บุคลากรคนหนึ่ง อย่างเก่งก็ตรวจได้ 5-6 คน หรือสิบคน เพราะฉะนั้นถ้าเราเปลี่ยนวิธี ให้แต่ละคนสามารถเก็บตัวอย่างได้เอง แค่วันเดียวเราก็ตรวจได้เป็นร้อยเป็นพันคนแล้ว กระบวนการตรวจยังเหมือนเดิม เพียงแต่ตัวอย่างเปลี่ยนจากการเก็บจากจมูกมาเป็นน้ำลาย ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่การศึกษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เราเอาน้ำลายไปตรวจเทียบกับวิธีมาตรฐาน ได้ผลประมาณ 90% เนื่องจากน้ำลายก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจ ถ้าเราเจอเชื้อในระบบทางเดินหายใจ บางทีเชื้อจะปนมากับน้ำลายด้วย 

ส่วนการตรวจแบบที่สองเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกัน ซึ่งตรวจจากเลือด การตรวจเลือดมันจะเป็นการตรวจภูมิคุ้มกัน ที่บ้านเราชอบเรียกว่า Rapid Test ผลตรวจจะแปลผลค่อนข้างยาก เช่น ผลตรวจเป็นลบ ติดเชื้อหรือเปล่า ? ไม่ได้แปลว่าอย่างนั้น แปลว่าไม่ติดเชื้อหรือเปล่า ? ก็ไม่ได้แปลว่าอย่างนั้น จะแยกว่าคนนี้ติดเชื้อ หรือ คนนี้ไม่ติดเชื้อ แยกไม่ได้ แม้แต่องค์การอนามัยโลก ตอนนี้ยังไม่แนะนำเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย ส่วนใหญ่ที่ขายออนไลน์ก็แบบนี้ ชุดตรวจตามสื่อออนไลน์เนี่ย ผิดกฎหมาย ประชาชนทั่วไป ไม่ควรซื้อออนไลน์ไปตรวจเองโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากแปลผลไม่ได้แล้ว ยังเปลืองสตางค์โดยใช่เหตุ

Q : ใครควรไปตรวจโควิด-19 และเมื่อใด ?

A : คือเมื่อ ท่านมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ประการที่สอง ถ้าท่านมีประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยต่างประเทศ หรือทำงานที่ต้องเจอคนเยอะ ๆ อีกประการหนึ่งปอดบวม คือมีไข้ ไอ หอบ คุณหมอส่วนใหญ่ก็จะตรวจเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการสงสัย ให้ไปที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ก็จะเก็บสิ่งส่งตรวจนี้ไปตรวจได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

Q : ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วนึกอยากไปตรวจ ?

A : จริง ๆ แล้ว ประโยชน์ค่อนข้างน้อย ถ้าเราไม่มีอาการอะไรเลย แล้วไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เวลาไปตรวจไม่เจอเชื้อ ก็แปลว่าวันนั้นไม่เจอเชื้อ แต่ถ้ารุ่งขึ้นไปตลาด ไปพบปะผู้คน ท่านก็มีโอกาสติดเชื้อได้

📌📌📌 ดังนั้น ป้องกันตัวด้วยระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ ดูแลสุขภาพ และหมั่นสังเกตอาการนะครับ เรื่องการใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่ ต้องทำ ในอนาคตจะมีวิธีการตรวจใหม่ ๆ ขึ้นเยอะ ส่วนเราจะเลือกวิธีการตรวจแบบใด เราจะต้องรู้ธรรมชาติของการเกิดโรค ก็ย้ำอีกครั้งนะครับ ไม่ควรซื้ออะไร ออนไลน์มาตรวจเอง ถ้าท่านมีปัญหาสงสัย ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ หรือคุณหมอ หรือปรึกษาที่กรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 📌📌📌

—————————————————–

🎯 หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯

► แอดไลน์ (LINE) : @TNAMCOT หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40tnamcot 

► เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/SureAndShare

► ทวิตเตอร์ : https://www.twitter.com/SureAndShare

► อินสตาแกรม : https://instagram.com/SureAndShare

► เว็บไซต์ : https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com

► TikTok : https://www.tiktok.com/@sureandshare