ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด-19 จริงหรือ ? [มั่ว อย่าแชร์] | ชัวร์ก่อนแชร์

ตามที่มีการแชร์เว็บไซต์ต่างประเทศ พร้อมข้อความภาษาไทยระบุว่า “สรุปสั้นๆว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงนี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโควิด 19 ประมาณ 36%” นั้น ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบแล้ว…

บทสรุป : มั่ว ❌ อย่าแชร์

  • แม้เว็บไซต์ที่ถูกอ้างถึง จะมีการอ้างอิงงานวิจัยที่มีอยู่จริง แต่งานวิจัยดังกล่าวทำการศึกษาตั้งแต่กลางปี 2562 (2019) ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจากรายละเอียดของการศึกษา ไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะกล่าวอ้างได้ จึงไม่สามารถนำมากล่าวอ้างได้
  • ในข้อความที่แชร์ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า “Coronavirus” เป็นคำที่มีส่วนตรงข้อเท็จจริง แต่ข้อความภาษาไทย เจาะจงไปที่ “โควิด-19” ซึ่งเป็นการสรุปที่เกินขอบเขตข้อเท็จจริง

คำกล่าวอ้าง

CLAIM: คำกล่าวอ้าง/ข้อความที่แชร์กัน

APRIL 16, 2020
Pentagon Study: Flu Shot Raises Risk of Coronavirus by 36% (and Other Supporting Studies)
https://childrenshealthdefense.org/news/vaccine-misinformation-flu-shots-equal-health/

สรุปสั้นๆว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงนี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโควิด 19 ประมาณ 36%
https://childrenshealthdefense.org/news/vaccine-misinformation-flu-shots-equal-health/

FACT CHECK: ตรวจสอบข้อเท็จจริง

สืบหาต้นตอ วิเคราะห์ที่มา ตรวจสอบเนื้อหา

ข้อความที่แชร์กัน อ้างถึงบทความจากเว็บไซต์ childrenshealthdefense.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ในสหรัฐ ที่มีการเผยแพร่บทความคัดค้านการฉีดวัคซีนมาอย่างต่อเนื่อง

บทความ “Pentagon Study: Flu Shot Raises Risk of Coronavirus by 36% (and Other Supporting Studies)” ลงวันที่เผยแพร่ 16 เมษายน 2020 ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยเชื้อไวรัสโคโรนา มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีด 36%

สำหรับการศึกษาวิจัยที่บทความข้างต้นนำมาขยายความนั้น คือ การศึกษาวิจัย เรื่อง “Influenza vaccination and respiratory virus interference among Department of Defense personnel during the 2017–2018 influenza season” (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0264410X19313647) โดย Greg G. Wolff ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Vaccine เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563

งานวิจัยที่กล่าวอ้าง เป็นการศึกษากลุ่มทหารสหรัฐที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ระหว่างปี 2560-2561 (2017-2018) แล้วตรวจดูว่า ยังมีโอกาสพบไวรัสอื่นที่ก่อโรคทางเดินหายใจส่วนบนในร่างกายแตกต่างไปหรือไม่ อย่างไร

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0264410X19313647

ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ขณะที่อัตราการพบไวรัสในกลุ่มไข้หวัดใหญ่ลดลงอย่างชัดเจนนั้น หนึ่งในไวรัสที่ยังพบว่าเป็นสาเหตุป่วยของกลุ่มทหารสหรัฐที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ ไวรัสโคโรนา ซึ่งพบมากกว่าคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน 36% (1.36 เท่า)

ผศ.นพ.พิสนธิ์  จงตระกูล อาจารย์พิเศษ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้ตัวเลข 36% ในการศึกษาดังกล่าวจะมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ก็เป็นเพียงการศึกษาหาความสัมพันธ์ ที่เป็นการศึกษาย้อนหลัง  ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเหตุเป็นผลกัน นั่นคือ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การป่วยจากไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น เป็นผลจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

นอกจากนั้นยังมีรายงานอื่นที่ระบุว่า ไม่พบการป่วยด้วยไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น หลังการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

ผศ.นพ.พิสนธิ์ กล่าวว่า หากจะสรุปให้แน่ชัด จะต้องมีการศึกษาวิจัยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อหาความสัมพันธ์นี้โดยเฉพาะ

“ดังนั้นจึงไม่ควรนำเรื่องนี้มาขยายความ จนทำให้ประชาชนเกิดความกลัว และไม่ยอมไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะทำให้กลุ่มเสี่ยงเสียโอกาสในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โควิด-19 แพร่ระบาด ที่จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอาการคล้ายกับโควิด-19 ลดจำนวนผู้ที่จะต้องไปพบแพทย์ และลดจำนวนผ้ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อันจะช่วยลดภาระงานให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ” ผศ.นพ.พิสนธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2563 นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เลื่อนเวลาการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี ในกลุ่มเสี่ยง จากเดิมในเดือนมิถุนายนของทุกปี มาเริ่มในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อขอเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ฟรี ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 

สำหรับ กลุ่มเสี่ยงที่ขอเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ฟรี คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และ กลุ่มประชาชนทั่วไป 7 กลุ่ม ได้แก่

1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี

3.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

4.โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)

7.ผู้มีโรคเรื้อรัง (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน)

อ่านเพิ่มเติม

กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี เริ่มให้บริการ 1 พ.ค. นี้
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=12511&deptcode=brc&news_views=2670

สปสช.ชวนชาว กทม. 7 กลุ่มเสี่ยงจองสิทธิ “ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี” ผ่านไลน์@ucbkk เริ่ม 1 พ.ค.นี้
https://www.nhso.go.th/frontend/NewsInformationDetail.aspx?newsid=Mjc1Mg==